วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Tokyo Sonata (วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ)



Tokyo Sonata
บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชนชั้นกลางชาวญี่ปุ่นธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งคุณสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทั่วทุกมุมโลก พ่อ มีหน้าที่ทำงาน หารายได้เลี้ยงครอบครัว หน้าที่การงานมีความเจริญก้าวหน้าจนได้เป็นหัวหน้าแผนกในบริษัท แม่ ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน เลี้ยงดูลูกชายสองคนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น และ วัยที่เริ่มจะเป็นหนุ่ม ชีวิตของพวกเขาดำเนินมาอย่างเรียบง่าย เป็นขั้นตอน และดูเหมือนจะไม่มีปัญหาใดๆ เลยแม้แต่น้อย

แต่ชีวิตก็คือชีวิต วันหนึ่งมันก็ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ปัญหาต่างๆ ที่เคยซุกซ่อนตัวอยู่เหมือนภูเขาน้ำแข็ง ก็เผยตัวตนของมันออกมาอย่างเต็มตัว ครอบครัวเล็กๆ ที่เคยอยู่กันอย่างปกติสุข ก็อาจจะถึงคราวต้องล่มสลายลง ถ้าพวกเขาไม่คิดที่จะเรียนรู้และยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

-สิ่งที่ได้เรียนรู้จากภาพยนตร์ Tokyo Sonata

ภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Sonata วันที่หัวใจซ่อนเจ็บนี้ เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัว ซึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจของคนในครอบครัว ทุกคนไม่หันหน้าเข้าหากัน ไม่ปรึกษา ให้คำแนะนำ ถามไถ่สารทุกข์ซึ่งกันและกัน สังคมสมัยใหม่เป็นสังคมที่แก่งแย่งแข่งขัน เศรษฐกิจที่ตกต่ำความตึงของ หลายสิ่งส่งผลต่อ ทุกสิ่งในบ้าน พ่อที่ไม่ยอมสูญเสียอำนาจการปกครองในบ้านไม่ยอมบอกเรื่องการตกงานกับคนในครอบครัวตัวเอง ยึดถือคำสั่งของตนขนาดไม่อ่อนข้อคืน สังคมทุนนิยมที่ไม่เปิดให้คนได้หยุดพักหายใจ ทุกคนเฝ้าแต่คิดถึงวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีงาน เราจะเอาอะไรกินกัน

- ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ทฤษฎีความขัดแย้ง เป็นทฤษฎีที่มีรากฐานของสมมุติฐานที่ว่าสังคม คือ ระบบที่มีลักษณะซับซ้อนของความไม่เท่าเทียมกัน (Inequality) และความขัดแย้ง (Conflict) ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Macionis 1993 : 19) ทฤษฎีความขัดแย้งทางสังคมเป็นทฤษฎีที่สนับสนุนให้ทฤษฎีโครงสร้าง-หน้าที่มีความสมบูรณ์ขึ้น กล่าวคือ ทฤษฎีความขัดแย้งทางสังคมมีแนวความคิดว่า สังคมนั้นไม่ได้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่สังคมนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแบ่งแยก (Division) อันเกิดจากความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม นักสังคมวิทยากลุ่มความขัดแย้งทางสังคมจะพยายามค้นหาว่า ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ชั้นทางสังคม เชื้อชาติ กลุ่มชน เพศ และอายุ มีความเกี่ยวพันกับความไม่เท่าเทียมของการกระจายทรัพยากรที่มีคุณค่าในสังคม ได้แก่ เงิน อำนาจ การศึกษา และเกียรติยศทางสังคมอย่างไร นอกจากนี้นักวิชาการในกลุ่มความขัดแย้งทางสังคมจะมองว่า ในสังคมเกิดการแข่งขันกันเพราะในสังคมมีความขัดแย้งกันอันเนื่องมาจากคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมได้รับผลประโยชน์และผลตอบแทนที่ไม่เท่าเทียมกัน สิ่งตอบแทนและผลประโยชน์ที่คนในสังคมได้รับมีความแตกต่างกันออกไปตามตำแหน่งและหน้าที่ทางสังคม นักสังคมวิทยาในกลุ่มนี้ยังมองว่า สังคมมีความขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สังคมมีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตามมา

- หากดิฉันเป็นพ่อ

ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่ดี ขยันขันแข็งในการทำมาหากิน หารายได้จุนเจือครอบครัว ดูแลเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของภรรยาและลูกให้ดีขึ้น ให้เกียรติยกย่องและซื่อสัตย์ต่อภรรยา ให้ความรักความอบอุ่นความมั่นคงปลอดภัย มีการพูดจาสื่อสารที่ดีต่อกันเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นตัวอย่างที่ดีของลูก สร้างสัมพันธภาพของความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว มีการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เมื่อครอบครัวมีความทุกข์ เมื่อมีปัญหาก็หันหน้าเข้าคุยกันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาดีกว่าหลีกหนีปัญหาจนทับถมกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่โตยากที่จะช่วยกันแก้ไข

- หากดิฉันเป็นแม่

เลี้ยงดูลูก ดูแลสมาชกในครอบครัว คอยปกป้องคุ้มกันภัยอันตรายและคอยให้ความรัก ความอบอุ่น อบรมสั่งสอน เพื่อลูกเติบโตมีชีวิตที่มีคุณภาพ เป็นคนมีเหตุผล รู้จักคิด รู้จักแก้ไขปัญหา และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก คอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้สามี

- หากเป็นพี่คนโต

ทำหน้าที่ลูกที่ดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ตั้งใจเรียนให้จบเพื่อหางานทำนำรายได้มาจุนเจือครอบครัว ไม่ทำให้พ่อแม่เป็นห่วง ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านและดูแลน้อง มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพ่อกับแม่จะได้ช่วยกันก้ไข

- หากเป็นน้องคนเล็ก

เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่เอาแต่ใจตนเอง พูดคุยกันด้วยเหตุและผล พยายามเข้าไปคุยหรือปรึกษาพ่อและแม่ ในเรื่องการเล่นเปียโน ถ้าพ่อไม่อนุญาตให้เรียนเปียโน เราก็ทำงานหาเงินเก็บสะสมไว้ไปเรียนเปียโนโดยที่ไม่ต้องทำให้พ่อแม่ลำบากใจ

- หากเป็นตัวเอง

ดิฉันจะทำหน้าที่ของลูกที่ดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ตั้งใจเรียนหนังสือให้จบจะได้หาเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ ไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ รักและเคารพท่าน เป็นเด็กดีของท่าน ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ทำให้ท่านทั้งสองมีความสุขและเมื่อเรามีปัญหาก็ปรึกษาครอบครัว มีอะไรก็คุยกันปรับความเข้าใจ สร้างความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว

- ข้อคิดที่ได้

การที่เราแต่ละคนมีปัญหาไม่ได้แปลว่าถ้ากลับเข้าบ้านปัญหาของเรา จะกลายมาเป็นปัญหาของครอบครัวเสมอไปเพราะปัญหาของครอบครัวเกิดจากปัญหาของความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่ใช่ปัญหาของตัวบุคคล ถ้าเจอปัญหา สามีเปิดอกคุยกับภรรยา ช่วยกันหาทางออก เจอความขัดแย้งกับลูก ก็พูดคุยกันก่อนแล้ววางแผนแก้ปัญหา ปัญหาครอบครัวก็จะไม่เกิด บางทีปัญหาที่ว่าใหญ่หนักหนา อาจเล็กแค่นิดเดียว เพียงแค่หันหน้าเข้าหาแล้วคุยกันอย่างเปิดใจ

Tokyo Sonata เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผู้คนยุคนี้ ที่รูปแบบชีวิตเต็มไปด้วยความเครียดและการแข่งขันพร้อมๆกับการที่จะถูกเลย์ออฟได้ในแต่ละวัน

การสื่อสารยุคปัจจุบันมีความทันสมัยมากขึ้น แต่ น่าแปลก ทั้งที่เรามีช่องทางให้พูดคุยมากมาย แต่ทำไมช่องว่างของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน กลับมีระยะห่างมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหน่วยเล็กสุดของสังคมอย่าง "ครอบครัว"


- คำถาม

ทำไมพ่อถึงไม่ยอมบอกกับครอบครัวว่าถูกไล่ออกจากงานหรือปรึกษากับครอบครัวเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา


"บ้านสร้างได้ด้วยอิฐและหิน แต่ครอบครัวสร้างให้ดีด้วยความรักและความเข้าใจ"








1 ความคิดเห็น:

smile4peace กล่าวว่า...

เห็นด้วยค่ะ ครอบครัวสร้างได้ด้วยความรัก เข้าใจและอภัยให้กัน