วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

ปัญหาโรคเอดส์


คำว่า เอดส์ มาจากภาษาอังกฤษว่า AIDS ซึ่งย่อมาจากคำเต็มว่า Acquired Immune Deficiency Syndrome ซึ่งแต่ละคำมีความหมายดังนี้

A = Acquired หมายถึง เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดหรือสืบทอดทางกรรมพันธุ์

I = Immune หมายถึง ระบบภูมิต้านทานหรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

D = Deficiency หมายถึง ความบกพร่อง การขาดไปหรือเสื่อม

S = Syndrome หมายถึง กลุ่มอาการคือมีอาการหลาย ๆ อย่างไม่เฉพาะที่ระบบใดระบบหนึ่ง

รวมแปลว่า กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสื่อมหรือบกพร่องลง เป็นผลทำให้เป็นโรคติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการมักจะรุนแรงเรื้อรังและเสียชีวิตในที่สุด

ประวัติโรคเอดส์ในประเทศไทย

สำหรับผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทยนั้น เป็นชาย อายุ 28 ปี เดินทางไปศึกษาต่อที่อเมริกา และมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เริ่มมีอาการในปี พ.ศ.2526 ได้รับการตรวจและรักษา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอเมริกา พบว่าปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis Carinii แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นโรคเอดส์ จึงกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย ในปี พ.ศ.2527 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เอดส์ติดต่อกันได้อย่างไร

1. การร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อเอดส์

2. การรับเชื้อทางเลือด

3. การติดเชื้อจากแม่สู่ลูก




โรคเอดส์แบ่งออก
3 ระยะ

ระยะที่
1
ระยะที่ไม่ปรากฏอาการ
(Asymptomatic Stage or Carrier Stage) หรือเรียกว่า ระยะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ สุขภาพจะแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนคนปกติ

ระยะที่
2
ระยะมีอาการสัมพันธ์กับเอดส์
(Aids Related Complex หรือ ARC) ระยะนี้นอกจากมีเลือดบวกแล้ว ยังอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างปรากฏ ให้เห็นได้ เช่นต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่งติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน

ระยะที่
3
ระยะเอดส์เต็มขั้น
(Full Blown AIDS) หรือเรียกว่า ระยะ โรคเอดส์ระยะนี้เป็นระยะที่ภูมิต้านทานของร่างกายถูกทำลายลงมาก จนมีผลต่อการป้องกันการติดเชื้อชนิดอื่นๆ เนื่องจากมีเม็ดเลือดขาวถูกทำลายไปจนเหลือน้อยเกือบหมด

ปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อ

1.การมีเพศสัมพันธ์ เกิดขึ้นได้ทั้งการมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน และกับเพศตรงข้าม

2.การรับเลือดและองค์ประกอบของเลือด การปลูกถ่ายอวัยวะรวมทั้งไขกระดูกและน้ำอสุจิที่ใช้ผสมเทียมซึ่งมีเชื้อ

3.การใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาเสพติดร่วมกันและของมีคมที่สัมผัสเลือด

4.จากมารดาสู่ทารก ทารกมีโอกาสรับเชื้อได้หลายระยะ ได้แก่ เชื้อไวรัสแพร่มาตามเลือดสายสะดือสู่ทารกในครรภ์ ติดเชื้อขณะคลอด

สถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553

สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคได้รับรายงานผู้ป่วยเอดส์ จากสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชนตั้งแต่ พ..2527 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ..2553 รวมทั้งสิ้น 371586 ราย และมีผู้เสียชีวิต 98262 ราย

กลุ่มอายุที่พบมากเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 20-44 ปี พบว่ากลุ่มอายุ 30-34 ปี มีผู้ป่วยสูงสุด รองลงมา 25-29 ปี , 35-39 ปี และ 40-44 ปี ส่วนกลุ่มอายุต่ำสุดคือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี

อาชีพ พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างมากที่สุด รองลงมา คือ เกษตรกรรม ,ว่างงาน ,ค้าขายและแม่บ้าน


ผลกระทบต่อสังคมและประเทศชาติ

1. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ ส่วนใหญ่อยู่ใน ช่วงอายุ 20 - 59 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงาน เมื่อมาป่วยด้วยโรคเอดส์ทำให้ตกงาน เนื่องจากภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อ่อนล้า ไม่มีแรงทำงาน และที่สำคัญยิ่ง คือ ถูกรังเกียจจากสังคมทั้งตนเอง และครอบครัว ทำให้ขาดรายได้


2. ผลกระทบด้านทรัพยากรบุคคล โรคเอดส์ทำให้สูญเสียทรัพยากรบุคคลของชาติ เนื่องจากวัยรุ่น และเด็กเป็นมากขึ้น

3. ผลกระทบต่อขวัญของประชาชน ประชาชนในชาติจะอยู่อย่างหวาดผวา เสียขวัญ เพราะกลัวผู้ป่วยที่เป็นเอดส์

วิธีป้องกันโรคเอดส์


1.
การมีเพศสัมพันธ์ต้องแน่ใจว่าคู่ครองไม่มีเชื้อเอดส์หากไม่แน่ใจควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

2.
ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขายบริการทางเพศ หรือชาย-หญิงที่มีคู่นอนหลายคน หรือมี เพศสัมพันธ์กับผู้อื่นที่มิใช่คู่ครองของตน ควรตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอดส์ ถ้าพบจะได้ป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ ไปถึงผู้อื่นอีก

3.
ก่อนแต่งงานควรตรวจเอดส์ทั้งชายและหญิง และเมื่อแต่งงานแล้วควรมีความรับผิด ชอบต่อครอบครัวโดยไม่นำตัวเองไปรับเชื้อหรือไม่นำเชื้อมาแพร่ให้คู่ครอง

4.
สตรีที่ติดเชื้อเอดส์ควรขอรับคำแนะนำก่อนการตั้งครรภ์ เพราะเชื้อเอดส์สามารถผ่าน ไปยังทารกในครรภ์ได้

5.
ถ้าจำเป็นต้องใช้เข็มฉีดยา ต้องใช้เข็มฉีดยาที่สะอาดและไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น


แนวทางแก้ไขปัญหา / นิสิต นักศึกษา ประชาชน

- ร่วมรณรงค์และต่อต้านโรคเอดส์

- อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์


แนวทางแก้ไขปัญหา / ภาครัฐบาล

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

คณะอนุกรรมการกำกับการขับเคลื่อนการปฏิบัติการป้องกันโรคเอดส์(คอปอ)

- สื่อโฆษณารณรงค์ ให้ คิด กัน ไว้

กองทุนโลก

- สื่อโฆษณารณรงค์ ให้ ยืดอก พกถุง


แนวทางแก้ไขปัญหา / ภาคเอกชน

- มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย(มอท.)

- มูลนิธิเอดส์กรุงเทพมหานคร

- มูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี

- คามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ระยอง


โรคเอดส์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง กำลังเป็นปัญหาสำคัญทั้งของประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งทุกประเทศต่างก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคเอดส์นี้ด้วยกันทั้งสิ้น ปัญหาโรคเอดส์จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นเราหันมาร่วมมือกันช่วยให้สังคมนี้อยู่ต่อไปอย่างมีความสุข






อ้างอิงข้อมูล :
วิทยากร เชียงกูล ปฏิรูปการเมือง.กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.
ศูนย์วิชาการและข้อมูลโรคเอดส์
ศูนย์ข้อมูลทางระบาดวิทยา สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
http://kpo.moph.go.th/Webkpo/aids/aids2.htm
http://www.srp.ac.th/aids48/web/2/retroactive.htm
http://th.wikipedia.org/wiki/เอดส์

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Tokyo Sonata (วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ)



Tokyo Sonata
บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวชนชั้นกลางชาวญี่ปุ่นธรรมดาๆ ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งคุณสามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทั่วทุกมุมโลก พ่อ มีหน้าที่ทำงาน หารายได้เลี้ยงครอบครัว หน้าที่การงานมีความเจริญก้าวหน้าจนได้เป็นหัวหน้าแผนกในบริษัท แม่ ทำหน้าที่เป็นแม่บ้าน เลี้ยงดูลูกชายสองคนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น และ วัยที่เริ่มจะเป็นหนุ่ม ชีวิตของพวกเขาดำเนินมาอย่างเรียบง่าย เป็นขั้นตอน และดูเหมือนจะไม่มีปัญหาใดๆ เลยแม้แต่น้อย

แต่ชีวิตก็คือชีวิต วันหนึ่งมันก็ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ปัญหาต่างๆ ที่เคยซุกซ่อนตัวอยู่เหมือนภูเขาน้ำแข็ง ก็เผยตัวตนของมันออกมาอย่างเต็มตัว ครอบครัวเล็กๆ ที่เคยอยู่กันอย่างปกติสุข ก็อาจจะถึงคราวต้องล่มสลายลง ถ้าพวกเขาไม่คิดที่จะเรียนรู้และยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

-สิ่งที่ได้เรียนรู้จากภาพยนตร์ Tokyo Sonata

ภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Sonata วันที่หัวใจซ่อนเจ็บนี้ เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัว ซึ่งเกิดจากความไม่เข้าใจของคนในครอบครัว ทุกคนไม่หันหน้าเข้าหากัน ไม่ปรึกษา ให้คำแนะนำ ถามไถ่สารทุกข์ซึ่งกันและกัน สังคมสมัยใหม่เป็นสังคมที่แก่งแย่งแข่งขัน เศรษฐกิจที่ตกต่ำความตึงของ หลายสิ่งส่งผลต่อ ทุกสิ่งในบ้าน พ่อที่ไม่ยอมสูญเสียอำนาจการปกครองในบ้านไม่ยอมบอกเรื่องการตกงานกับคนในครอบครัวตัวเอง ยึดถือคำสั่งของตนขนาดไม่อ่อนข้อคืน สังคมทุนนิยมที่ไม่เปิดให้คนได้หยุดพักหายใจ ทุกคนเฝ้าแต่คิดถึงวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีงาน เราจะเอาอะไรกินกัน

- ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

ทฤษฎีความขัดแย้ง เป็นทฤษฎีที่มีรากฐานของสมมุติฐานที่ว่าสังคม คือ ระบบที่มีลักษณะซับซ้อนของความไม่เท่าเทียมกัน (Inequality) และความขัดแย้ง (Conflict) ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Macionis 1993 : 19) ทฤษฎีความขัดแย้งทางสังคมเป็นทฤษฎีที่สนับสนุนให้ทฤษฎีโครงสร้าง-หน้าที่มีความสมบูรณ์ขึ้น กล่าวคือ ทฤษฎีความขัดแย้งทางสังคมมีแนวความคิดว่า สังคมนั้นไม่ได้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่สังคมนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแบ่งแยก (Division) อันเกิดจากความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม นักสังคมวิทยากลุ่มความขัดแย้งทางสังคมจะพยายามค้นหาว่า ปัจจัยต่าง ๆ เช่น ชั้นทางสังคม เชื้อชาติ กลุ่มชน เพศ และอายุ มีความเกี่ยวพันกับความไม่เท่าเทียมของการกระจายทรัพยากรที่มีคุณค่าในสังคม ได้แก่ เงิน อำนาจ การศึกษา และเกียรติยศทางสังคมอย่างไร นอกจากนี้นักวิชาการในกลุ่มความขัดแย้งทางสังคมจะมองว่า ในสังคมเกิดการแข่งขันกันเพราะในสังคมมีความขัดแย้งกันอันเนื่องมาจากคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมได้รับผลประโยชน์และผลตอบแทนที่ไม่เท่าเทียมกัน สิ่งตอบแทนและผลประโยชน์ที่คนในสังคมได้รับมีความแตกต่างกันออกไปตามตำแหน่งและหน้าที่ทางสังคม นักสังคมวิทยาในกลุ่มนี้ยังมองว่า สังคมมีความขัดแย้งกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สังคมมีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตามมา

- หากดิฉันเป็นพ่อ

ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่ดี ขยันขันแข็งในการทำมาหากิน หารายได้จุนเจือครอบครัว ดูแลเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของภรรยาและลูกให้ดีขึ้น ให้เกียรติยกย่องและซื่อสัตย์ต่อภรรยา ให้ความรักความอบอุ่นความมั่นคงปลอดภัย มีการพูดจาสื่อสารที่ดีต่อกันเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นตัวอย่างที่ดีของลูก สร้างสัมพันธภาพของความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว มีการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เมื่อครอบครัวมีความทุกข์ เมื่อมีปัญหาก็หันหน้าเข้าคุยกันเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาดีกว่าหลีกหนีปัญหาจนทับถมกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่โตยากที่จะช่วยกันแก้ไข

- หากดิฉันเป็นแม่

เลี้ยงดูลูก ดูแลสมาชกในครอบครัว คอยปกป้องคุ้มกันภัยอันตรายและคอยให้ความรัก ความอบอุ่น อบรมสั่งสอน เพื่อลูกเติบโตมีชีวิตที่มีคุณภาพ เป็นคนมีเหตุผล รู้จักคิด รู้จักแก้ไขปัญหา และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก คอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้สามี

- หากเป็นพี่คนโต

ทำหน้าที่ลูกที่ดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ตั้งใจเรียนให้จบเพื่อหางานทำนำรายได้มาจุนเจือครอบครัว ไม่ทำให้พ่อแม่เป็นห่วง ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้านและดูแลน้อง มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพ่อกับแม่จะได้ช่วยกันก้ไข

- หากเป็นน้องคนเล็ก

เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่เอาแต่ใจตนเอง พูดคุยกันด้วยเหตุและผล พยายามเข้าไปคุยหรือปรึกษาพ่อและแม่ ในเรื่องการเล่นเปียโน ถ้าพ่อไม่อนุญาตให้เรียนเปียโน เราก็ทำงานหาเงินเก็บสะสมไว้ไปเรียนเปียโนโดยที่ไม่ต้องทำให้พ่อแม่ลำบากใจ

- หากเป็นตัวเอง

ดิฉันจะทำหน้าที่ของลูกที่ดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ตั้งใจเรียนหนังสือให้จบจะได้หาเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ ไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจ รักและเคารพท่าน เป็นเด็กดีของท่าน ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ทำให้ท่านทั้งสองมีความสุขและเมื่อเรามีปัญหาก็ปรึกษาครอบครัว มีอะไรก็คุยกันปรับความเข้าใจ สร้างความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว

- ข้อคิดที่ได้

การที่เราแต่ละคนมีปัญหาไม่ได้แปลว่าถ้ากลับเข้าบ้านปัญหาของเรา จะกลายมาเป็นปัญหาของครอบครัวเสมอไปเพราะปัญหาของครอบครัวเกิดจากปัญหาของความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่ใช่ปัญหาของตัวบุคคล ถ้าเจอปัญหา สามีเปิดอกคุยกับภรรยา ช่วยกันหาทางออก เจอความขัดแย้งกับลูก ก็พูดคุยกันก่อนแล้ววางแผนแก้ปัญหา ปัญหาครอบครัวก็จะไม่เกิด บางทีปัญหาที่ว่าใหญ่หนักหนา อาจเล็กแค่นิดเดียว เพียงแค่หันหน้าเข้าหาแล้วคุยกันอย่างเปิดใจ

Tokyo Sonata เป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผู้คนยุคนี้ ที่รูปแบบชีวิตเต็มไปด้วยความเครียดและการแข่งขันพร้อมๆกับการที่จะถูกเลย์ออฟได้ในแต่ละวัน

การสื่อสารยุคปัจจุบันมีความทันสมัยมากขึ้น แต่ น่าแปลก ทั้งที่เรามีช่องทางให้พูดคุยมากมาย แต่ทำไมช่องว่างของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน กลับมีระยะห่างมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหน่วยเล็กสุดของสังคมอย่าง "ครอบครัว"


- คำถาม

ทำไมพ่อถึงไม่ยอมบอกกับครอบครัวว่าถูกไล่ออกจากงานหรือปรึกษากับครอบครัวเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหา


"บ้านสร้างได้ด้วยอิฐและหิน แต่ครอบครัวสร้างให้ดีด้วยความรักและความเข้าใจ"








วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

คุณสมบัติเพื่อนแท้ ตั้งแต่ ก - ฮ



….........เพื่อนแท้.................
เพื่อนทั่วไปไม่เคยเห็นคุณร้องไห้
เพื่อนแท้มีหัวไหล่ไว้คอยซับน้ำตาคุณ
เพื่อนทั่วไปจะไม่รู้จักชื่อพ่อแม่ของคุณ
เพื่อนแท้จะมีเบอร์ของท่านไว้ในโทรศัพท์ของเขา
เพื่อนทั่วไปจะถือขวดไวน์ติดมือมางานปาร์ตี้ของคุณ
เพื่อนแท้จะมาแต่วันเพื่อมาช่วยเตรียมงานเพื่อนทันที

- เ ก็ บ เ ร า ไ ว้ ใ น ใ จ
- เ ข้ า ใ จ เ ร า
- ค อ ย เ ป็ น กำ ลั ง ใ จ ใ ห้ เ ร า
- ง้ อ เ ร า เ มื่ อ รู้ ตั ว ว่ า เ ข า ผิ ด
- จั บ มื อ เ ร า เ มื่ อ ต้ อ ง ก า ร กำ ลั ง ใ จ
- เ ฉ ย กั บ ค ว า ม ใ จ ร้ อ น ข อ ง เ ร า
- ช่ ว ย เ ห ลื อ เ ร า
- ซื่ อ สั ต ย์ กั บ เ ร า ญ า ติ ดี กั บ เ ร า เ ส ม อ
- เ ดิ น เ คี ย ง ข้ า ง เ ร า
- ติ ด ต า ม ข่ า ว ค ร า ว ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ข อ ง เ ร า
- ไ ถ่ ถ า ม ทุ ก ข์ สุ ข
- ทำ ใ ห้ ชี วิ ต ข อ ง เ ร า เ ป ลี่ ย น ไ ป
- ธั ม ม ะ ธั ม โ ม กั บ เ ร า
- นั บ ถื อ เ ร า แ ล ะ น่ า รั ก ใ น ส า ย ต า ข อ ง เ ร า
- บ อ ก ค ว า ม จ ริ ง แ ก่ เ ร า
- ป ล อ บ ใ จ เ มื่ อ เ ร า ท้ อ
- ผ า ย มื อ ต้ อ น รั บ เ ร า เ ส ม อ
- ฝ า ก ค ว า ม จ ริ ง ใ จ ไ ว้ กั บ เ ร า
- เ พิ่ ม พ ลั ง ใ ห้ แ ก่ เ ร า
- ฟั ง เ ร า เ ส ม อ
- ภู มิ ใ จ ใ น ตั ว เ ร า
- ม อ บ สิ่ ง ดี ดี แ ก่ เ ร า
- ย ก โ ท ษ ใ ห้ กั บ ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ข อ ง เ ร า
- รั ก ที่ เ ร า เ ป็ น เ ร า
- ล ะ เ อี ย ด อ่ อ น กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง เ ร า
- ไ ว้ ใ จ เ ร า
- ศึ ก ษ า นิ สั ย ที่ แ ท้ จ ริ ง ข อ ง เ ร า
- สั ง เ ก ต ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ตั ว เ ร า
- เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง เ ร า
- อ ธิ บ า ย ใ น สิ่ ง ที่ เ ร า ไ ม่ เ ข้ า ใ จ
- เ ฮ ฮ า กั บ เ ร า ไ ด้ ทุ ก เ ว ล า


แล้วคุณล่ะ...มีข้อไหนกันบ้าง





ที่มา : http://www.mesutstudent.com/board/showthread.php?tid=186
http://glitter.dek-d.com/view.php?id=28154

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

หมดหวังท้อแท้ในชีวิต..คิดอย่างไรให้ใจสู้


ในช่วงเวลาที่ผ่านมาของชีวิต..
หลายคนคงผ่านบทเรียนแห่งชีวิตมานับไม่ถ้วน..
ทั้งบทเรียนแห่งความผิดหวัง..
บทเรียนแห่งความท้อแท้..แพ้ชีวิต..
บทเรียนแห่งความสำเร็จ..

ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนใด ๆ ก็ตาม..
เมื่อเราเกิดความผิดหวัง...ท้อแท้..ในชีวิต..
เราต้องพยายามปรับใจ..วางใจให้ถูก..
ด้วยวิธีการคิดที่จะปรับเปลี่ยน..ชีวิตของเรา..
ให้มีกำลังใจ..สู้ต่อไป..

๔ วิธีคิดที่จะสร้างพลังใจให้สู้ คือ..
วิธีที่ ๑ คิดแบบตรงกันข้ามกับความรู้สึกในขณะนั้น เช่น
>>>…ถ้าทุกข์ ก็คิดสร้างสุข
>>>…ถ้ายากก็คิดแบบง่าย...
>>>…ถ้าเกิดปัญหา ก็คิดแก้ปัญหา..

วิธีที่ ๒ คิดแบบสร้างกำลังใจ เช่น
>>>…ปลุกปลอบใจตนเอง...ทุกครั้งที่เกิดความท้อแท้..ผิดหวัง
>>>…บอกตนเองเสมอว่า..เราต้องทำได้..เราต้องทำได้อย่างแน่นอน..
>>>…เราต้องทำได้แน่นอนที่สุด..ไม่มีคำว่า..ทำไม่ได้..
>>>…ท่องไว้ในใจว่า..ไม่มี ไม่เป็น ไม่เหนื่อย...
>>>….ไม่ทุกข์ ไม่ท้อ ไม่หนี ไม่มีปัญหา...

วิธีที่ ๓ คิดแบบมีเป้าหมายในชีวิตที่แน่นอน มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว..
>>>…หากยังไม่ประสบความสำเร็จ..
>>>…ก็จะไม่เลิก ลด ละ ความเพียรพยายาม..
>>>…จงสู้ต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ..
>>>…แม้จะเป็นวินาทีสุดท้ายของลมหายใจก็ตาม..

วิธีที่ ๔ คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก..
>>>…มองปัญหาออก..แก้ปัญหาเป็น..
>>>…คิดการใหญ่...ใช้คนเป็น..รู้เห็นตามความถูกต้อง..
>>>…มุ่งปรองดอง...รักษาน้ำใจ..สร้างมิตรภาพ..
>>>…อย่าลืมว่า.. “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” ...
>>>…ต้องคิดดี..ทำดี..พูดดี..ทุกที่ทุกเวลา...

ดังนั้น..
ถ้าท้อแท้..หมดหวังในชีวิต..
จงพยายามคิดให้ใจสู้...
อย่าเชื่อว่า...เราทำไม่ได้..ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ..
อย่าท้อแท้..ตราบใดที่เรายังไม่ได้พยายาม..
อย่าสิ้นหวัง...ตราบใดที่เรายังมีกำลังใจ..
อย่าแพ้ชีวิต...ตราบใดที่ใจของเรายังมีหวัง..
จงอย่าทำลายความหวัง...เพียงเพราะ....
การดูหมิ่นตนเองว่า... “ทำไม่ได้”...

................................................
บทความโดย..ชายน้อย...
ธรรมะไทย
http://www.dhammathai.org

วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ปัญหาครอบครัว

ครอบครัวเป็นสถาบันที่มีขนาดเล็กที่สุดของสังคมแต่มีความสำคัญมากที่สุดเป็นสถาบันที่จัดเตรียมสภาพแวดล้อมสำหรับพัฒนาการทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจและทางสังคม ครอบครัวเป็นศูนย์กลางในการอยู่รวมกันของสมาชิกที่มีสัมพันธภาพเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด การพัฒนาบุคคลให้มีคุณภาพนั้นขึ้นอยู่กับว่าบุคคลได้รับความรักและความอบอุ่นในครอบครัวหรือไม่” เพราะการได้รับความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่อย่างแท้จริง การเป็นกำลังใจให้กันและกัน ทำให้เกิดความสมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนหรือผลักดันให้บุคคลก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มศักยภาพ หากสมาชิกครอบครัวใดไม่ได้รับการสนองตอบหรือตอบสนองในสิ่งเหล่านี้ ย่อมทำให้เกิดช่วงว่างระหว่างสัมพันธภาพของสมาชิก และนำมาซึ่งปัญหาครอบครัว

ปัญหาครอบครัวถือเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อบุคคลรอบข้าง สำหรับปัญหาครอบครัวที่จะนำมาเล่าให้ฟังเป็นเรื่องของปัญหาการหย่าร้าง โดยเริ่มจากมีครอบครัวหนึ่ง ประกอบไปด้วยพ่อแม่และลูก ป๋อมเป็นลูกชายของครอบครัวนี้ เขาอายุ 10 ปี พ่อของป๋อมมีอาชีพรับจ้าง แม่ของป๋อมมีอาชีพพนักงานโรงงาน ซึ่งพ่อของป๋อมชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ แม่ของป๋อมต้องทำงานทุกวันแทบจะไม่ค่อยได้หยุด ในทุกๆเย็นหลังเลิกงานพ่อของป๋อมก็จะตั้งวงดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ เมื่อแม่ของป๋อมกลับมาก็ไม่พอใจจนมีปากเสียงกัน ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ จนทำให้ป๋อมเริ่มซึมซับพฤติกรรมต่างๆที่ไม่ดี ซึ่งส่งผลให้ป๋อมกลายเป็นเด็กก้าวร้าวและติดเกมส์ ป๋อมหาทางออกโดยการไปเล่นเกมส์กับเพื่อนๆทุกเย็นหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับบ้านไปพบพ่อกับแม่ที่ทะเลาะกัน ป๋อมขอเงินพ่อและแม่เพื่อไปเล่นเกมส์ แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ให้ ทำให้ป๋อมต้องเข้าไปขโมยเงินของผู้อื่นมา เจ้าของก็จับตัวได้ แต่ป๋อมก็ยังไม่เลิกขโมย จนเจ้าของต้องมาขู่ไว้ถ้าขโมยอีกจะแจ้งตำรวจจับ ซึ่งทำให้เด็กกลัวเลยไม่กล้าขโมยอีก พ่อแม่ของป๋อมทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้งจนทั้งคู่แยกทางกัน ป๋อมต้องมาอยู่กับแม่และยาย ซึ่งแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาอบรมสั่งสอน ไม่ดูแลเอาใจใส่ป๋อมเท่าที่ควร ทำให้ป๋อมเป็นเด็กมีปัญหาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

จะเห็นได้ว่าปัญหาครอบครัวถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลกระทบไปถึงเด็กที่กำลังจะเติบโตไปเป็นพลเมืองของประเทศ เด็กที่ได้รับความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ก็จะเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ หากเด็กไม่ได้รับความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัวอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่ปัญหาอื่นๆตามมา เช่น ปัญหาเด็กติดเกมส์ ติดยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งครอบครัวต้องให้ความรัก ความอบอุ่น ดูแลเอาใจใส่และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นมาในสังคมที่เต็มไปด้วยความสุข



ที่มา : http://blog.sarnrak.net/nutnicha/blog/90623191808

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kengmanny&month=31-07-2010&group=22&gblog=219

ข้อคิดดีๆ ในการใช้ชีวิต



ไม่ว่าจะเมื่อไรก็แล้วแต่ในช่วงจังหวะของชีวิตคนเราย่อมมีโกรธบ้าง โมโหบ้าง มันย่อมเป็นเรื่องปกติ แต่การที่เรามีข้อคิดในการใช้ชีวิตอยู่บ้างละก็ บางครั้งก็สามารถช่วยให้เราได้มองเห็นสิ่งที่แตกต่างและการให้อภัยและไม่ได้มองข้ามตัวตนที่แท้จริงของตัวเองในเวลาปกติได้ เชื่อว่าข้อคิดดีๆในการใช้ชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อใครๆหลายๆคนนะค่ะ
  1. ไม่ว่าคุณจะร่ำรวย หรือ ยากจน คุณก็ต้องการคนที่พูดดีกับคุณ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะยากจน หรือ ร่ำรวยก็ต้องการการพูดที่ดีเช่นเดียวกัน
  2. การจะขึ้นที่สูงให้ได้เหนื่อยน้อยที่สุด คือ การเดินขึ้นไปกับปัจจุบันโดยไม่นึกถึงยอดเขา
  3. การให้อภัยย่อมดีกว่าการจองเวณเสมอ
  4. ไปถึงก่อนเวลา 15 นาที ดีกว่าไปสาย 15 นาทีแน่นอน
  5. ผู้หญิงสวยและหนุ่มหล่อไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนดี คนหน้าตาซื่อ ๆ อาจจะไม่ใช่คนที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม จงใช้เวลาบวกกับความรู้สึกพิจารณาคน มากกว่าการใช้อารมณ์และความรู้สึก
  6. ไม่จำเป็นเสมอไปที่ลูกชิ้นหนึ่งไม้จะกินได้คนเดียว คนที่มีน้ำใจย่อมรู้จักให้มากกว่ารับ
  7. เสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ได้บอกว่าคุณเป็นคนดี มันบอกได้แค่ว่าคุณแต่งตัวดีเท่านั้น
  8. แก้วน้ำที่เต็มไม่อาจรับน้ำเพิ่มได้ คนที่ไม่รู้จักเปิดใจก็ไม่อาจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เช่นเดียวกัน
  9. แม้คนที่คิดการใหญ่จะต้องมองไกล แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องละเลยสิ่งที่คุณเคยเป็นและตัวตนของคุณ
  10. แม้นกจะบินสูงและมองได้กว้างไกล ก็ไม่ได้แปลว่าเมื่อมองใกล้แล้วจะดีกว่าสัตว์ใด
  11. เรื่องเศร้าในวันนี้ จะเป็นพลังและกำลังให้กับเราในวันที่เราสามารถเดินผ่านมัน
  12. ความรู้ไม่ใช่หินต้องแบกหามมีเยอะเท่าไรยิ่งดี
  13. ความทุกข์ไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิต จะมีชีวิตเพื่อแบกทุกข์ไปเพื่ออะไร
  14. น้ำตามีไว้สำหรับคนที่อ่อนแอเท่านั้น
  15. มันไม่สำคัญว่าเราจะทำสำเร็จหรือไม่ แต่มันอยู่ที่ว่าเราได้ทำเต็มที่แล้วหรือยัง
ที่มา : http://www.n3k.in.th/ความรัก/ข้อคิดดี-ๆ/ข้อคิดดีๆ-ในการใช้ชีวิต