
คำว่า เอดส์ มาจากภาษาอังกฤษว่า AIDS ซึ่งย่อมาจากคำเต็มว่า Acquired Immune Deficiency Syndrome ซึ่งแต่ละคำมีความหมายดังนี้
A = Acquired หมายถึง เกิดขึ้นภายหลัง ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิดหรือสืบทอดทางกรรมพันธุ์
I = Immune หมายถึง ระบบภูมิต้านทานหรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
D = Deficiency หมายถึง ความบกพร่อง การขาดไปหรือเสื่อม
S = Syndrome หมายถึง กลุ่มอาการคือมีอาการหลาย ๆ อย่างไม่เฉพาะที่ระบบใดระบบหนึ่ง
รวมแปลว่า “ กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม ” เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปทำลายเม็ดเลือดขาวทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เสื่อมหรือบกพร่องลง เป็นผลทำให้เป็นโรคติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งบางชนิดได้ง่ายกว่าคนปกติ อาการมักจะรุนแรงเรื้อรังและเสียชีวิตในที่สุด
ประวัติโรคเอดส์ในประเทศไทย
สำหรับผู้ป่วยเอดส์รายแรกในประเทศไทยนั้น เป็นชาย อายุ 28 ปี เดินทางไปศึกษาต่อที่อเมริกา และมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เริ่มมีอาการในปี พ.ศ.2526 ได้รับการตรวจและรักษา ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอเมริกา พบว่าปอดอักเสบจากเชื้อ Pneumocystis Carinii แพทย์ลงความเห็นว่า เป็นโรคเอดส์ จึงกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทย ในปี พ.ศ.2527 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
1. การร่วมเพศกับผู้ติดเชื้อเอดส์
2. การรับเชื้อทางเลือด
3. การติดเชื้อจากแม่สู่ลูก

โรคเอดส์แบ่งออก 3 ระยะ
ระยะที่ 1 ระยะที่ไม่ปรากฏอาการ (Asymptomatic Stage or Carrier Stage) หรือเรียกว่า ระยะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ สุขภาพจะแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนคนปกติ
ระยะที่ 2 ระยะมีอาการสัมพันธ์กับเอดส์ (Aids Related Complex หรือ ARC) ระยะนี้นอกจากมีเลือดบวกแล้ว ยังอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างปรากฏ ให้เห็นได้ เช่นต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่งติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน
ระยะที่ 3 ระยะเอดส์เต็มขั้น (Full Blown AIDS) หรือเรียกว่า ระยะ “โรคเอดส์” ระยะนี้เป็นระยะที่ภูมิต้านทานของร่างกายถูกทำลายลงมาก จนมีผลต่อการป้องกันการติดเชื้อชนิดอื่นๆ เนื่องจากมีเม็ดเลือดขาวถูกทำลายไปจนเหลือน้อยเกือบหมด
ปัจจัยที่ทำให้มีโอกาสติดเชื้อ
1.การมีเพศสัมพันธ์ เกิดขึ้นได้ทั้งการมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน และกับเพศตรงข้าม
2.การรับเลือดและองค์ประกอบของเลือด การปลูกถ่ายอวัยวะรวมทั้งไขกระดูกและน้ำอสุจิที่ใช้ผสมเทียมซึ่งมีเชื้อ
3.การใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาเสพติดร่วมกันและของมีคมที่สัมผัสเลือด
4.จากมารดาสู่ทารก ทารกมีโอกาสรับเชื้อได้หลายระยะ ได้แก่ เชื้อไวรัสแพร่มาตามเลือดสายสะดือสู่ทารกในครรภ์ ติดเชื้อขณะคลอด
สถานการณ์ผู้ป่วยเอดส์ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคได้รับรายงานผู้ป่วยเอดส์ จากสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐและเอกชนตั้งแต่ พ.ศ.2527 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2553 รวมทั้งสิ้น 371586 ราย และมีผู้เสียชีวิต 98262 ราย
กลุ่มอายุที่พบมากเป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีอายุระหว่าง 20-44 ปี พบว่ากลุ่มอายุ 30-34 ปี มีผู้ป่วยสูงสุด รองลงมา 25-29 ปี , 35-39 ปี และ 40-44 ปี ส่วนกลุ่มอายุต่ำสุดคือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี
อาชีพ พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างมากที่สุด รองลงมา คือ เกษตรกรรม ,ว่างงาน ,ค้าขายและแม่บ้าน
ผลกระทบต่อสังคมและประเทศชาติ
1. ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ ส่วนใหญ่อยู่ใน ช่วงอายุ 20 - 59 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงาน เมื่อมาป่วยด้วยโรคเอดส์ทำให้ตกงาน เนื่องจากภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อ่อนล้า ไม่มีแรงทำงาน และที่สำคัญยิ่ง คือ ถูกรังเกียจจากสังคมทั้งตนเอง และครอบครัว ทำให้ขาดรายได้
2. ผลกระทบด้านทรัพยากรบุคคล โรคเอดส์ทำให้สูญเสียทรัพยากรบุคคลของชาติ เนื่องจากวัยรุ่น และเด็กเป็นมากขึ้น
3. ผลกระทบต่อขวัญของประชาชน ประชาชนในชาติจะอยู่อย่างหวาดผวา เสียขวัญ เพราะกลัวผู้ป่วยที่เป็นเอดส์
วิธีป้องกันโรคเอดส์
1. การมีเพศสัมพันธ์ต้องแน่ใจว่าคู่ครองไม่มีเชื้อเอดส์หากไม่แน่ใจควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
2. ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขายบริการทางเพศ หรือชาย-หญิงที่มีคู่นอนหลายคน หรือมี เพศสัมพันธ์กับผู้อื่นที่มิใช่คู่ครองของตน ควรตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอดส์ ถ้าพบจะได้ป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ ไปถึงผู้อื่นอีก
3. ก่อนแต่งงานควรตรวจเอดส์ทั้งชายและหญิง และเมื่อแต่งงานแล้วควรมีความรับผิด ชอบต่อครอบครัวโดยไม่นำตัวเองไปรับเชื้อหรือไม่นำเชื้อมาแพร่ให้คู่ครอง
4. สตรีที่ติดเชื้อเอดส์ควรขอรับคำแนะนำก่อนการตั้งครรภ์ เพราะเชื้อเอดส์สามารถผ่าน ไปยังทารกในครรภ์ได้
5. ถ้าจำเป็นต้องใช้เข็มฉีดยา ต้องใช้เข็มฉีดยาที่สะอาดและไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
แนวทางแก้ไขปัญหา / นิสิต นักศึกษา ประชาชน
- ร่วมรณรงค์และต่อต้านโรคเอดส์
- อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์
แนวทางแก้ไขปัญหา / ภาครัฐบาล
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
คณะอนุกรรมการกำกับการขับเคลื่อนการปฏิบัติการป้องกันโรคเอดส์(คอปอ)
- สื่อโฆษณารณรงค์ ให้ “ คิด กัน ไว้ ”
กองทุนโลก
- สื่อโฆษณารณรงค์ ให้ “ ยืดอก พกถุง ”
แนวทางแก้ไขปัญหา / ภาคเอกชน
- มูลนิธิเอดส์แห่งประเทศไทย(มอท.)
- มูลนิธิเอดส์กรุงเทพมหานคร
- มูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี
- คามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ระยอง
โรคเอดส์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง กำลังเป็นปัญหาสำคัญทั้งของประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งทุกประเทศต่างก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคเอดส์นี้ด้วยกันทั้งสิ้น ปัญหาโรคเอดส์จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นเราหันมาร่วมมือกันช่วยให้สังคมนี้อยู่ต่อไปอย่างมีความสุข
อ้างอิงข้อมูล :
วิทยากร เชียงกูล – ปฏิรูปการเมือง.– กรุงเทพฯ : มิ่งมิตร, 2540.
ศูนย์วิชาการและข้อมูลโรคเอดส์
ศูนย์ข้อมูลทางระบาดวิทยา สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค
http://kpo.moph.go.th/Webkpo/aids/aids2.htm
http://www.srp.ac.th/aids48/web/2/retroactive.htm
http://th.wikipedia.org/wiki/เอดส์