










เครติต : http://variety.teenee.com/foodforbrain/31192.html





ในช่วงเวลาที่ผ่านมาของชีวิต..
หลายคนคงผ่านบทเรียนแห่งชีวิตมานับไม่ถ้วน..
ทั้งบทเรียนแห่งความผิดหวัง..
บทเรียนแห่งความท้อแท้..แพ้ชีวิต..
บทเรียนแห่งความสำเร็จ..
ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนใด ๆ ก็ตาม..
เมื่อเราเกิดความผิดหวัง...ท้อแท้..ในชีวิต..
เราต้องพยายามปรับใจ..วางใจให้ถูก..
ด้วยวิธีการคิดที่จะปรับเปลี่ยน..ชีวิตของเรา..
ให้มีกำลังใจ..สู้ต่อไป..
๔ วิธีคิดที่จะสร้างพลังใจให้สู้ คือ..
วิธีที่ ๑ คิดแบบตรงกันข้ามกับความรู้สึกในขณะนั้น เช่น
>>>…ถ้าทุกข์ ก็คิดสร้างสุข
>>>…ถ้ายากก็คิดแบบง่าย...
>>>…ถ้าเกิดปัญหา ก็คิดแก้ปัญหา..
วิธีที่ ๒ คิดแบบสร้างกำลังใจ เช่น
>>>…ปลุกปลอบใจตนเอง...ทุกครั้งที่เกิดความท้อแท้..ผิดหวัง
>>>…บอกตนเองเสมอว่า..เราต้องทำได้..เราต้องทำได้อย่างแน่นอน..
>>>…เราต้องทำได้แน่นอนที่สุด..ไม่มีคำว่า..ทำไม่ได้..
>>>…ท่องไว้ในใจว่า..ไม่มี ไม่เป็น ไม่เหนื่อย...
>>>….ไม่ทุกข์ ไม่ท้อ ไม่หนี ไม่มีปัญหา...
วิธีที่ ๓ คิดแบบมีเป้าหมายในชีวิตที่แน่นอน มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว..
>>>…หากยังไม่ประสบความสำเร็จ..
>>>…ก็จะไม่เลิก ลด ละ ความเพียรพยายาม..
>>>…จงสู้ต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ..
>>>…แม้จะเป็นวินาทีสุดท้ายของลมหายใจก็ตาม..
วิธีที่ ๔ คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก..
>>>…มองปัญหาออก..แก้ปัญหาเป็น..
>>>…คิดการใหญ่...ใช้คนเป็น..รู้เห็นตามความถูกต้อง..
>>>…มุ่งปรองดอง...รักษาน้ำใจ..สร้างมิตรภาพ..
>>>…อย่าลืมว่า.. “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” ...
>>>…ต้องคิดดี..ทำดี..พูดดี..ทุกที่ทุกเวลา...
ดังนั้น..
ถ้าท้อแท้..หมดหวังในชีวิต..
จงพยายามคิดให้ใจสู้...
อย่าเชื่อว่า...เราทำไม่ได้..ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ..
อย่าท้อแท้..ตราบใดที่เรายังไม่ได้พยายาม..
อย่าสิ้นหวัง...ตราบใดที่เรายังมีกำลังใจ..
อย่าแพ้ชีวิต...ตราบใดที่ใจของเรายังมีหวัง..
จงอย่าทำลายความหวัง...เพียงเพราะ....
การดูหมิ่นตนเองว่า... “ทำไม่ได้”...
................................................
บทความโดย..ชายน้อย...
ธรรมะไทย http://www.dhammathai.org
ครอบครัวเป็นสถาบันที่มีขนาดเล็กที่สุดของสังคมแต่มีความสำคัญมากที่สุดเป็นสถาบันที่จัดเตรียมสภาพแวดล้อมสำหรับพัฒนาการทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจและทางสังคม ครอบครัวเป็นศูนย์กลางในการอยู่รวมกันของสมาชิกที่มีสัมพันธภาพเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด การพัฒนาบุคคลให้มีคุณภาพนั้นขึ้นอยู่กับว่า “บุคคลได้รับความรักและความอบอุ่นในครอบครัวหรือไม่” เพราะการได้รับความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่อย่างแท้จริง การเป็นกำลังใจให้กันและกัน ทำให้เกิดความสมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนหรือผลักดันให้บุคคลก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มศักยภาพ หากสมาชิกครอบครัวใดไม่ได้รับการสนองตอบหรือตอบสนองในสิ่งเหล่านี้ ย่อมทำให้เกิดช่วงว่างระหว่างสัมพันธภาพของสมาชิก และนำมาซึ่งปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัวถือเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อบุคคลรอบข้าง สำหรับปัญหาครอบครัวที่จะนำมาเล่าให้ฟังเป็นเรื่องของปัญหาการหย่าร้าง โดยเริ่มจากมีครอบครัวหนึ่ง ประกอบไปด้วยพ่อแม่และลูก ป๋อมเป็นลูกชายของครอบครัวนี้ เขาอายุ 10 ปี พ่อของป๋อมมีอาชีพรับจ้าง แม่ของป๋อมมีอาชีพพนักงานโรงงาน ซึ่งพ่อของป๋อมชอบดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ แม่ของป๋อมต้องทำงานทุกวันแทบจะไม่ค่อยได้หยุด ในทุกๆเย็นหลังเลิกงานพ่อของป๋อมก็จะตั้งวงดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ เมื่อแม่ของป๋อมกลับมาก็ไม่พอใจจนมีปากเสียงกัน ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ จนทำให้ป๋อมเริ่มซึมซับพฤติกรรมต่างๆที่ไม่ดี ซึ่งส่งผลให้ป๋อมกลายเป็นเด็กก้าวร้าวและติดเกมส์ ป๋อมหาทางออกโดยการไปเล่นเกมส์กับเพื่อนๆทุกเย็นหลังเลิกเรียนและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการกลับบ้านไปพบพ่อกับแม่ที่ทะเลาะกัน ป๋อมขอเงินพ่อและแม่เพื่อไปเล่นเกมส์ แต่ท่านทั้งสองก็ไม่ให้ ทำให้ป๋อมต้องเข้าไปขโมยเงินของผู้อื่นมา เจ้าของก็จับตัวได้ แต่ป๋อมก็ยังไม่เลิกขโมย จนเจ้าของต้องมาขู่ไว้ถ้าขโมยอีกจะแจ้งตำรวจจับ ซึ่งทำให้เด็กกลัวเลยไม่กล้าขโมยอีก พ่อแม่ของป๋อมทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้งจนทั้งคู่แยกทางกัน ป๋อมต้องมาอยู่กับแม่และยาย ซึ่งแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาอบรมสั่งสอน ไม่ดูแลเอาใจใส่ป๋อมเท่าที่ควร ทำให้ป๋อมเป็นเด็กมีปัญหาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
จะเห็นได้ว่าปัญหาครอบครัวถือเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลกระทบไปถึงเด็กที่กำลังจะเติบโตไปเป็นพลเมืองของประเทศ เด็กที่ได้รับความรัก ความอบอุ่น การดูแลเอาใจใส่ก็จะเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ หากเด็กไม่ได้รับความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัวอาจเป็นสาเหตุนำไปสู่ปัญหาอื่นๆตามมา เช่น ปัญหาเด็กติดเกมส์ ติดยาเสพติด เป็นต้น ซึ่งครอบครัวต้องให้ความรัก ความอบอุ่น ดูแลเอาใจใส่และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก เพื่อให้เด็กเติบโตขึ้นมาในสังคมที่เต็มไปด้วยความสุข
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kengmanny&month=31-07-2010&group=22&gblog=219


